การเปลี่ยนพลังงานความร้อนเหลือใช้ให้เป็นพลังงานใหม่ ด้วยกระบวนการวิศวกรรมความร้อน เพิ่มประสิทธิภาพการใช้งานพลังงานและลดการสูญเสีย

การเปลี่ยนพลังงานความร้อนเหลือใช้ให้เป็นพลังงาน
ในขณะที่กระบวนการทางอุตสาหกรรมและเครื่องจักรต่างๆ ทำงาน มักจะมีพลังงานความร้อนจำนวนมากที่ไม่ได้ถูกใช้และถูกปล่อยออกไปในอากาศ เหล่าความร้อนที่เหลือใช้นี้เป็นสิ่งที่สามารถกลับมาใช้ประโยชน์ได้หากเรามีวิธีการที่เหมาะสมในการเก็บเกี่ยวและแปลงพลังงานนั้นกลับมาใหม่
- หลักการพื้นฐาน (Basic Principles): การเปลี่ยนพลังงานความร้อนเหลือใช้ให้เป็นพลังงานไฟฟ้าหรือพลังงานเชิงกลนั้นทำได้โดยการใช้เทคโนโลยีหลายประเภท โดยที่นิยมกันคือการใช้เทอร์โมอิเล็กทริกเจเนเรเตอร์ (Thermoelectric Generators หรือ TEGs) และระบบการทำงานแตกต่างกัน อาทิ วงจรแรงดันสตีม (Rankine cycle) และระบบการเปลี่ยนรูปร่างแบบออร์แกนิก (Organic Rankine Cycle หรือ ORC)
- เทอร์โมอิเล็กทริกเจเนเรเตอร์ (Thermoelectric Generators): TEGs ทำงานโดยใช้เทอร์โมอิเล็กทริกเอฟเฟกต์ (thermoelectric effect) ที่เกิดขึ้นเมื่อมีการสลับของอุณหภูมิ ซึ่งเราจะได้พลังงานไฟฟ้าโดยตรงจากการเคลื่อนที่ของอิเล็กตรอน
- วงจรแรงดันสตีม (Rankine Cycle): ระบบนี้ทำงานโดยการใช้ความร้อนเพื่อเปลี่ยนน้ำหรือของเหลวที่มีสถานะอยู่ในท่อให้กลายเป็นไอ (steam) และใช้ไอที่ถูกสร้างขึ้นนี้เพื่อขับเคลื่อนเทอร์ไบน์ (turbine) ซึ่งจะสร้างพลังงานเชิงกลและต่อมาสามารถเปลี่ยนเป็นพลังงานไฟฟ้า
- ระบบการเปลี่ยนรูปร่างแบบออร์แกนิก (Organic Rankine Cycle): คล้ายกับวงจรแรงดันสตีมแต่ใช้สารที่มีจุดเดือดต่ำกว่าแทนน้ำ ทำให้สามารถใช้ความร้อนที่มีอุณหภูมิต่ำในการทำงานได้จึงเหมาะสมกับการใช้งานในอุตสาหกรรมที่เกิดพลังงานความร้อนเหลือใช้ในระดับที่ไม่สูงมาก
การใช้ประโยชน์จากพลังงานความร้อนเหลือใช้ในสถานการณ์จริงจะต้องพิจารณาถึงแหล่งความร้อน ความสามารถในการเก็บเกี่ยวพลังงาน และเทคโนโลยีที่เหมาะสม เพื่อลดการสูญเสียพลังงานและเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงานในภาพรวม
สรุป
การเปลี่ยนพลังงานความร้อนเหลือใช้ให้เป็นพลังงานนับเป็นวิธีการที่มีประสิทธิภาพในการเพิ่มประสิทธิภาพพลังงาน และลดการปล่อยพลังงานส่วนเกินที่อาจเกิดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม ด้วยเทคโนโลยีที่เหมาะสม เช่น TEGs, วงจรแรงดันสตีม และ ORC ความร้อนที่ครั้งหนึ่งเคยถูกมองว่าเป็นของเสียอาจใช้เป็นแหล่งพลังงานที่มีคุณค่าสำหรับอนาคต