Facebook Instagram Youtube Twitter

11 ประเภทของกังหันแรงดันสำหรับการไหลสูงของของไหล

ประเภทของกังหันแรงดัน 11 แบบ สำหรับการไหลสูงของของไหลในงานวิศวกรรมความร้อน พร้อมรายละเอียดและการใช้งานในอุตสาหกรรม

11 ประเภทของกังหันแรงดันสำหรับการไหลสูงของของไหล

11 ประเภทของกังหันแรงดันสำหรับการไหลสูงของของไหล

กังหันแรงดันเป็นอุปกรณ์ที่สามารถเปลี่ยนพลังงานของไหลให้เป็นพลังงานกลได้อย่างมีประสิทธิภาพ ปัจจุบันมีการพัฒนากังหันแรงดันหลายประเภทที่ออกแบบมาเพื่อการไหลสูงของของไหลต่าง ๆ ในบทความนี้เราจะมาศึกษา 11 ประเภทของกังหันแรงดัน ที่นิยมใช้ในงานวิศวกรรมการไหลสูงของของไหล

  • กังหันปฏิกรณ์ (Reaction Turbine)
  • กังหันปฏิกรณ์ใช้การเปลี่ยนแปลงพลังงานแบบสองขั้นตอน คือน้ำเข้าสู่ใบพัดด้วยความเร็วสูงและถูกปล่อยออกไปพร้อมกับความดันต่ำ

  • กังหันอิมพัลซ์ (Impulse Turbine)
  • น้ำถูกยิงด้วยหัวฉีดที่ความดันสูงเพื่อชนใบพัด ทำให้เกิดการหมุนที่ความเร็วน้ำกระทบใบพัด

  • กังหันแฟน (Pelton Wheel Turbine)
  • ถูกออกแบบให้มีรูปแบบของแผ่นพายที่ใช้กับน้ำพุ่งผ่านไปยังใบพัด ทำให้หมุนและสร้างพลังงาน

  • กังหันฟรานซิส (Francis Turbine)
  • กังหันแบบนี้มีครีบใบพัดที่โค้งเป็นพิเศษเพื่อปรับการไหลของของไหลให้สัมผัสกับใบพัดได้ดีที่สุด

  • กังหันไคเพิล (Kaplan Turbine)
  • ถูกออกแบบมาให้สามารถปรับมุมของใบพัดได้ รองรับการเปลี่ยนแปลงความเร็วในการไหลได้ดี

  • กังหันจดจ่อ (Concentrated Turbine)
  • น้ำถูกบีบอัดให้ไหลผ่านขนาดเล็ก ซึ่งทำให้สามารถสร้างพลังงานได้มากขึ้น

  • กังหันแนวตั้ง (Vertical Turbine)
  • ออกแบบให้มีใบพัดแบบติดตั้งตามแนวตั้ง เพื่อสามารถเก็บพลังงานจากน้ำที่ไหลจากบนลงล่าง

  • กังหันเข้าแผง (In-line Tube Turbine)
  • น้ำถูกบังคับให้ไหลผ่านท่อและชนกับใบพัด ซึ่งให้กำลังสูงและประสิทธิภาพที่ดี

  • กังหันสะพาน (Crossflow Turbine)
  • น้ำไหลผ่านใบพัดสองครั้ง ทำให้สูญเสียพลังงานน้อยและมีความเสถียรมาก

  • กังหันไฮโดรเอ็กซ์ (Hydrex Turbine)
  • ออกแบบมาเพื่อใช้ในพื้นที่ที่มีการไหลของน้ำระดับต่ำถึงปานกลาง มีการบำรุงรักษาง่ายและมีประสิทธิภาพ

  • กังหันลำเลียง (Tubular Turbine)
  • ใช้กับการไหลของน้ำสูงที่มาจากอ่างเก็บน้ําและท่อพาน้ำ มักใช้ในงานผลิตไฟฟ้าพลังน้ำขนาดใหญ่

ประเภทของกังหันแรงดันที่กล่าวมาทั้ง 11 ประเภทนี้มีความสามารถและประสิทธิภาพที่แตกต่างกัน จึงเหมาะสมกับงานที่มีสภาพการไหลของของไหลที่หลากหลาย วิศวกรจึงต้องเลือกใช้ให้เหมาะสมกับลักษณะการใช้งาน เพื่อให้ได้ประสิทธิภาพสูงสุด