Facebook Instagram Youtube Twitter

ประเภทการหมุนเวียนพลังงานแสงอาทิตย์ในเครื่องทำน้ำร้อนใช้ในบ้าน

ประเภทการหมุนเวียนพลังงานแสงอาทิตย์ในเครื่องทำน้ำร้อนใช้ในบ้าน วิธีการทำงานและข้อดีของการใช้พลังงานแสงอาทิตย์เพื่อประหยัดพลังงาน

ประเภทการหมุนเวียนพลังงานแสงอาทิตย์ในเครื่องทำน้ำร้อนใช้ในบ้าน

ประเภทการหมุนเวียนพลังงานแสงอาทิตย์ในเครื่องทำน้ำร้อนใช้ในบ้าน

เครื่องทำน้ำร้อนพลังงานแสงอาทิตย์เป็นอุปกรณ์ที่ใช้พลังงานจากแสงอาทิตย์ในการทำให้น้ำร้อน ซึ่งเป็นพลังงานที่สะอาดและช่วยลดค่าใช้จ่ายด้านพลังงานได้ดี ในบทความนี้เราจะมาเรียนรู้เกี่ยวกับประเภทการหมุนเวียนพลังงานแสงอาทิตย์ที่ใช้ในเครื่องทำน้ำร้อนแต่ละประเภท

1. ระบบหมุนเวียนแบบธรรมชาติ (Passive Systems)

ระบบหมุนเวียนแบบธรรมชาติไม่ต้องใช้ปั๊มน้ำหรืออุปกรณ์ไฟฟ้าใดๆ อาศัยหลักการทางฟิสิกส์ของการหมุนเวียนของความร้อนโดยตรง จากการที่น้ำร้อนมีความหนาแน่นน้อยกว่าน้ำเย็น จะทำให้เกิดการไหลเวียนของน้ำในระบบโดยธรรมชาติ มีสองวิธีหลักในการทำ:

  1. ระบบเทอร์โมไซฟอน (Thermosyphon)

    ระบบนี้จะให้ถังเก็บน้ำร้อนตั้งอยู่สูงกว่าตัวแผงพลังงานแสงอาทิตย์ เมื่อแผงพลังงานแสงอาทิตย์รับแสงอาทิตย์และทำให้น้ำร้อน น้ำที่ร้อนจะไหลขึ้นไปในถังน้ำร้อนโดยธรรมชาติผ่านกระบวนการเทอร์โมไซฟอน เนื่องจากความหนาแน่นของน้ำร้อนต่ำกว่าน้ำเย็น

2. ระบบหมุนเวียนแบบใช้ปั๊ม (Active Systems)

ระบบหมุนเวียนแบบใช้ปั๊มใช้ปั๊มน้ำในการหมุนเวียนน้ำผ่านแผงพลังงานแสงอาทิตย์และถังเก็บน้ำร้อน เพื่อให้น้ำร้อนมีการหมุนเวียนได้มีประสิทธิภาพสูงสุด การหมุนเวียนแบบนี้แบ่งออกเป็นสองประเภทหลัก:

  1. ระบบหมุนเวียนโดยตรง (Direct Circulation Systems)

    ในระบบนี้ น้ำที่จะใช้ในบ้านจะหมุนเวียนไปผ่านแผงพลังงานแสงอาทิตย์โดยตรง กลับมาสู่ถังเก็บน้ำเมื่อร้อน ความยากลำบากของระบบนี้คือหากอุณหภูมิต่ำเกินไปอาจทำให้น้ำในระบบแข็งเป็นน้ำแข็งได้

  2. ระบบหมุนเวียนแบบแยกส่วน (Indirect Circulation Systems)

    ระบบนี้ใช้ของเหลวป้องกันการแข็งเป็นน้ำแข็ง (เช่น โพรพิลีนไกลคอล) หมุนเวียนผ่านแผงพลังงานแสงอาทิตย์ ของเหลวนี้จะถ่ายเทความร้อนไปยังน้ำในถังเก็บน้ำร้อนผ่านตัวแลกเปลี่ยนความร้อน ทำให้สามารถใช้งานได้แม้ในสภาพอากาศหนาวเย็น

การเลือกใช้ระบบหมุนเวียนใดนั้นขึ้นอยู่กับปัจจัยหลายอย่าง เช่น ตำแหน่งบ้าน อุณหภูมิของพื้นที่ การใช้น้ำร้อน และงบประมาณ การทำความเข้าใจกับข้อดีและข้อเสียของแต่ละระบบจะช่วยให้คุณเลือกใช้ระบบที่เหมาะสมที่สุดสำหรับบ้านของคุณ