Facebook Instagram Youtube Twitter

10 ประเภทของกังหันไฮดรอลิกสำหรับพลังงานไฟฟ้าพลังน้ำ

กังหันไฮดรอลิกยอดนิยม 10 ประเภทเพื่อการผลิตพลังงานไฟฟ้าพลังน้ำ พร้อมการใช้งานและประโยชน์ในการเพิ่มประสิทธิภาพพลังงานหมุนเวียน

10 ประเภทของกังหันไฮดรอลิกสำหรับพลังงานไฟฟ้าพลังน้ำ

10 ประเภทของกังหันไฮดรอลิกสำหรับพลังงานไฟฟ้าพลังน้ำ

กังหันไฮดรอลิกเป็นเครื่องจักรที่ใช้สำหรับผลิตพลังงานไฟฟ้าจากพลังงานน้ำ ซึ่งมีหลายประเภทที่เหมาะกับการใช้งานในสภาวะที่ต่างกัน เราจะมาทำความรู้จักกับกังหันไฮดรอลิก 10 ประเภทที่ใช้ในระบบผลิตพลังงานไฟฟ้าพลังน้ำ

  • กังหันพาราโพลิก (Pelton Wheel)
  • กังหันที่ใช้ในการรับพลังงานจากน้ำที่มีความเร็วสูง ซึ่งน้ำจะถูกฉีดเข้าไปที่ถังน้ำ (Bucket) ของกังหันเพื่อหมุนให้กังหันทำงานโดยใช้งานในพื้นที่ที่มีน้ำตกจากที่สูง

  • กังหันฟรานซิส (Francis Turbine)
  • กังหันที่ใช้งานได้ในระดับหัวน้ำที่ปานกลาง โดยน้ำจะไหลผ่านทางใบพัดที่ออกแบบเป็นพิเศษเพื่อให้เกิดการหมุน

  • กังหันคาพลาน (Kaplan Turbine)
  • กังหันที่มีใบพัดที่ปรับเปลี่ยนได้เพื่อให้ใช้งานได้ทั้งในหัวน้ำสูงและต่ำ เป็นที่นิยมใช้ในโรงไฟฟ้าพลังน้ำ

  • กังหันฟอร์แบน (Turgo Turbine)
  • กังหันที่มีการออกแบบคล้ายกับกังหันพาราโพลิก แต่มีการเบี่ยงเบนทิศทางน้ำเข้าไปในถังน้ำเพิ่มเติม เพื่อเพิ่มความเร็วของการหมุน

  • กังหันน้ำใต้ดิน (Undershot Water Wheel)
  • กังหันที่ใช้ในการผลิตพลังงานจากน้ำที่ไหลผ่าน โดยมีใบพัดที่มีความต้านทานเพื่อลดความเร็วในการไหลของน้ำ

  • กังหันน้ำเหนือดิน (Overshot Water Wheel)
  • กังหันที่ใช้งานโดยให้น้ำไหลลงมาจากร่องน้ำทำให้เกิดการหมุนอย่างช้าๆ แต่ใช้แรงดึงสูง

  • กังหันแนวขวาง (Crossflow Turbine)
  • กังหันที่น้ำไหลเข้าแนวนอนผ่านทางใบพัด แล้วไหลออกจากด้านตรงข้าม เพื่อให้เกิดการหมุนต่อเนื่อง

  • กังหันน้ำคู่ (Double-Wheel Water Turbine)
  • เป็นการรวมสองใบพัดเข้าด้วยกันเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการผลิตพลังงาน

  • กังหันน้ำปรับเปลี่ยนได้ (Adjustable Blade Turbine)
  • กังหันที่มีใบพัดที่สามารถปรับเปลี่ยนมุมเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการผลิตพลังงาน

  • กังหันหมุนเร็ว (Fast-Spinning Turbine)
  • กังหันที่ออกแบบมาให้หมุนด้วยความเร็วสูงเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพของการผลิตพลังงานไฟฟ้า

    การเลือกใช้กังหันไฮดรอลิกเหล่านี้ขึ้นอยู่กับปัจจัยต่างๆ เช่น ปริมาณน้ำ ความเร็วของน้ำ และความสูงของหัวน้ำ การเลือกที่ถูกต้องจะนำไปสู่การผลิตพลังงานไฟฟ้าที่มีประสิทธิภาพสูงสุด